อ่านข่าวจากเว็บ The Information ที่อ้างคำพูดของ Sam Altman พูดกับพนักงานของ OpenAI เป็นการภายใน ถึง “อนาคตที่เป็นไปได้” ว่าการแข่งขันในวงการ AI จะจบลงอย่างไร คิดว่าเป็นวิธีการเฟรมอนาคตที่น่าสนใจดี (ข่าวเวอร์ชันที่ถอดความจาก The Information อีกที)
ตามข่าวบอกว่า Sam Altman มองว่าอนาคตจะเป็นไปได้ 3 รูปแบบคือ
- หน่วยกำกับดูแลระดับนานาชาติ – ลักษณะเดียวกับ International Atomic Energy Agency (IAEA) ที่ก่อตั้งในปี 1957 ช่วงยุคที่อเมริกาแข่งขันพัฒนานิวเคลียร์กับโซเวียด การก่อตั้ง IAEA เกิดขึ้นภายใต้ UN ที่พยายามจำกัดการใช้งานยูเรเนียมไม่ให้แพร่กระจายไปจนประเทศอื่นๆ สร้างอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเองได้ – OpenAI เคยเสนอแนวทางนี้ไว้ในปี 2023 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
- สหพันธ์วิจัยแบบ CERN – CERN เป็นหน่วยวิจัยนิวเคลียร์ของยุโรป ก่อตั้งปี 1954 โดยชาติยุโรปตะวันตก 12 ประเทศมาร่วมลงขันกันทำแล็บนิวเคลียร์ Sam บอกว่าคนเสนอไอเดียนี้คือ Demis Hassabis แห่ง DeepMind ที่เสนอไว้เมื่อ 10 ปีก่อน (ตอนนี้ Demis หลุดจากสารบบไปแล้ว) ส่วนมุมมองของ Sam คือมันจะเกิดการควบรวมห้องแล็บ AI รายใหญ่ๆ เข้าเป็นองค์กรแม่เดียวกัน แต่ละแล็บทำงานร่วมกัน ไม่แข่งขันกัน
- ผู้ชนะกินรวบ – แนวทางนี้คือมีผู้ชนะรายเดียวจากการแข่งขัน AI แล้วมีเงินมหาศาล ทุ่มซื้อจีพียูหรือพลังประมวลผลจนคู่แข่งรายอื่นไม่มีโอกาสใช้งาน Sam เรียกแนวทางนี้ว่า Eliezer Plan ตามชื่อของ Eliezer Yudkowsky นักทฤษฎีความปลอดภัย AI ที่มักออกมาเตือนเรื่องอันตรายจาก AI จะล้างโลก
ผมคิดว่าการเปรียบเทียบ Endgame ของ AI กับยุคนิวเคลียร์เป็นอะไรที่น่าสนใจดี เลยกลับไปค้นประวัติดูพบว่า UN เคยพยายามตั้งคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์มารอบหนึ่งในปี 1946 (ตั้งแต่สงครามโลกจบใหม่ๆ) แต่ไม่สำเร็จเพราะโซเวียตไม่เอาด้วย จนกระทั่งมาพยายามอีกรอบในปี 1953 โดยประธานาธิบดี Eisenhower เสนอสปีช Atoms for Peace แล้วตั้ง IAEA สำเร็จในปี 1957
ทำไมโซเวียตถึงยอมร่วมมือด้วยในตอนหลัง ค้นดูแล้วมาจากหลายปัจจัย เช่น
- Stalin ตายในปี 1953 และโซเวียตในยุคของ Nikita Khrushchev หันมาใช้นโยบายอยู่ร่วมกับอเมริกาอย่างสันติมากขึ้น
- การเข้าร่วม IAEA อย่างน้อยก็มีปากมีเสียงบ้าง ดีกว่าปล่อยให้อเมริกาและพวกตะวันตกคุมหมด
- กระแสของกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (Non-Aligned Movement) ช่วงนั้นมาแรง การเข้าร่วม IAEA เป็นโอกาสของโซเวียตในการนำเสนอเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของตัวเองให้ประเทศกลุ่มนี้
- ทั้งสหรัฐอเมริกาและโซเวียต เห็นตรงกันว่าไม่อยากให้ประเทศอื่นที่มีอาวุธนิวเคลียร์ ดังนั้นจึงเห็นตรงกันว่า IAEA เป็นวิธีการควบคุมนิวเคลียร์แบบหนึ่งที่สมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
กลับมาที่ยุคปัจจุบัน ผมคิดว่าโมเดล IAEA เป็นไปได้หากอเมริกาคุยกับจีนลงตัว แต่ยังไม่น่าจะเกิดขึ้นในเร็ววันเพราะการแข่งขันยังอยู่ในช่วงเข้มข้นอยู่ และผู้นำคนสำคัญอย่าง Donald Trump ยังไม่มีทีท่าจะกำกับดูแล AI อย่างน้อยก็ในช่วงนี้ (เพราะแกคิดว่าอเมริกายังนำ และควรใช้โอกาสนี้เร่งให้ทิ้งห่างจีน อย่าเพิ่งไปชะลอมัน) ดังนั้นถ้าอเมริกาจะริเริ่ม มันน่าจะเกิดขึ้นในยุค Democrats กลับมาเรืองอำนาจ ซึ่งคงต้องรอเลือกตั้งปี 2028 ให้เสร็จก่อน
ส่วนโมเดลควบรวมกันเป็นสหพันธ์แบบ CERN นั้นผมคิดว่าเกิดขึ้นได้ยากในบริบททุนนิยมอเมริกัน ที่แต่ละบริษัทต้องแข่งกันเพื่อสร้างมูลค่าเศรษฐกิจตามระบบตลาดทุน แต่มันอาจเป็นไปได้ในบริบทของจีน ที่รัฐบาลจีนมีอำนาจ “สั่งได้” รวมพลังของบริษัท AI จีนหลายๆ แห่ง เช่น Moonshot, Z.ai, DeepSeek ให้ทำงานร่วมกันเพื่อเอาชนะอเมริกาให้จงได้
Endgame แบบสุดท้ายคือผู้ชนะกินรวบ เป็นฉากทัศน์ที่จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่แล้ว (หากไม่มีใครไปแทรกแซงมัน) เพียงแต่ก็ต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งกว่าเราจะเห็นศึกนี้จบลง และรู้ผลแพ้ชนะกัน