ภาพยนตร์ในซีรีส์ The Mandalorian โดยนับเป็นภาค 4 ของ The Mandalorian ต่อจากเวอร์ชันซีรีส์ที่มี 3 ซีซั่น (เคยเขียนถึง ซีซั่น 1, ซีซั่น 2, ซีซั่น 3 ดูแล้วแต่ไม่ได้เขียน, The Book of Boba Fett)
เดิมทีเนื้อหาของภาคนี้ถูกออกแบบมาเป็นซีซั่น 4 แต่สุดท้ายถูกปรับมาเป็นหนังโรงแทน และใช้ชื่อว่า The Mandalorian and Grogu ที่หมายถึงสองตัวละครหลักของเรื่อง
ประเด็นปัญหาของหนังน่าจะอยู่ตรงนี้เอง นั่นคือ เนื้อเรื่องเดิมทำเป็นซีรีส์ (คนดูต้องติดตามดูต่อกันถึงจะเข้าใจเรื่อง) แต่พอทำมาเป็นหนังโรงที่หวังกลุ่มคนดูกว้างขึ้น (คนที่ไม่เคยดูซีรีส์มาก่อน) มันเลยครึ่งๆ กลางๆ แล้วก็พินาศมาก
สำหรับคนที่ไม่เคยดูซีรีส์มาก่อน มาเริ่มต้นดูเวอร์ชันหนังเลย ก็จะงงมากว่า The Mandalorian นี่คือใคร แล้วเจ้า Baby Yoda (ที่คนจำนวนมากไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่อ Grogu) เกี่ยวข้องกันอย่างไร เพราะเริ่มหนังมา สองคนนี้ก็ออกตามล่าค่าหัวอาชญากรด้วยกันแล้ว ไม่มีที่มาที่ไปใดๆ ทั้งสิ้น
ปมหลักของหนังที่ชูประเด็น “ซามูไรพ่อลูกอ่อน” หรือความสัมพันธ์ระหว่าง The Mandalorian กับ Grogu ในฐานะ “พ่อ-ลูก” ที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด จึงไม่มีเวลาสร้างขึ้นเลย (ซึ่งในซีรีส์ใช้เวลาปูพื้นเรื่องนี้นานมากๆ) สิ่งที่เราเห็นในฉบับหนังคือ Grogu พยายามช่วย The Mandalorian แบบ (พยายาม) น่ารักๆ แต่ไม่มีที่มาที่ไปว่าทำไปเพื่ออะไร
ส่วนปมรอง อย่างเรื่องธรรมเนียมปฏิบัติ (creed) ของพวก Mandalorian ที่ห้ามให้คนอื่นเห็นใบหน้าจริง ก็มีพูดถึงแบบผิวๆ สั้นๆ ทั้งที่เป็นอีกปมสำคัญมากๆ ในฉบับซีรีส์
ดังนั้น สิ่งที่คนดูเวอร์ชันหนังแบบไม่ดูซีรีส์มาก่อนเห็น ก็จะเป็น อัศวินใส่เกราะวิบวับ บวกกับ Baby Yoda วิ่งไล่ล่าทำภารกิจจับคนร้าย ต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ (แบบค่อนข้างไร้ความหมาย ไม่เป็นที่น่าจดจำ) มีมุขตลกแบบไร้สาระบ้าง พยายามทำโทนหนังให้มันดูเบาขึ้นกว่าซีรีส์ (ซึ่งมันก็ไม่ค่อยตลก) แล้วก็จบเรื่องแบบงงๆ ว่าแล้วไงต่อ
ส่วนคนที่ดูฉบับซีรีส์มาแล้ว ก็เจอปัญหากลับกันคือ ดูหนังจบ 2 ชั่วโมงแล้วพบว่าเรื่องมันไม่ขยับไปไหนเลย เหมือนดู The Mandalorian ตอนพิเศษ (แนวๆ TV special) ที่มาตอบสนองแฟนๆ (ซึ่งก็ดันทำได้ไม่ดีอีก) แล้วจบไปแบบไม่ได้อะไรเลย
ในซีรีส์บางตอนจะมีตอนลักษณะนี้คือ The Mandalorian ไปทำภารกิจอะไรบางอย่าง (ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องหลัก) ในดาวดวงใหม่ เจออุปสรรคบ้างเล็กน้อย เอาตัวรอดได้แล้วก็จบกันไป ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ยอมรับได้สำหรับเวอร์ชันซีรีส์ (ช่วงแรกๆ ที่เป็นการปูพื้นภารกิจของ The Mandalorian ก่อนเข้าปมหลัก) แต่พอเอาพล็อตแบบเดียวกันมาทำเป็นหนังโรง (ซึ่งความคาดหวังสูงกว่าฉบับซีรีส์มาก แต่ดันทำได้แย่กว่าอีก) มันเลยยิ่งดูแบนๆ มั่วๆ เข้าไปใหญ่
ในฐานะคนที่ดูซีรีส์มาแล้ว ผมดูไปได้ครึ่งเรื่องก็เบื่อแล้ว อยากเลิก แต่ดูมาแล้วก็อดทนเอาให้จบ
หนังยังมีปัญหาเรื่อง CG ที่คุณภาพดร็อปลงมา ดูลอยมากๆ (ซึ่งไม่ได้คิดไปเอง เพราะรีวิวจำนวนมากก็เห็นตรงกัน) บวกกับการออกแบบมอนสเตอร์ไม่น่าจดจำเลยสักตัว (หนังพยายามขายมอนสเตอร์มากๆ มีตัวละครมนุษย์แค่ 2 คนคือ The Mandalorian กับคาแรกเตอร์ของ Sigourney Weaver ที่ออกมานิดเดียว ที่เหลือ CG ล้วนๆ)
ภาพรวมของหนังจึงออกมาแย่ และเข้าใจได้ว่าทำไมรายได้ถึงต่ำ (เมื่อเทียบกับมาตรฐานหนัง Star Wars อื่น) และในฐานะแฟน Star Wars ก็รู้สึกว่าไม่ควรทำออกมาแต่แรก ถ้าเทียบกับมาตรฐานความลึกของ The Mandalorian ฉบับซีรีส์ทำเอาไว้ แล้วใช้ทีมงานชุดเดิม ผู้กำกับทีมเดิม ทำออกมาได้เท่านี้ถือเป็นความน่าอับอาย
รีวิวที่อ่านแล้วด่าได้มันส์มาก Pointless, Bloated, and Cheap-Looking
ส่วนรีวิวอันนี้ด่าเป็นภาษา Mandalore ได้ดีเลย This is Not the Way