in Business, Politics

Taiwan Strategic Industries

นั่งอ่านสุนทรพจน์รับตำแหน่งของประธานาธิบดีไต้หวัน ไช่อิงเหวิน (สมัยที่สอง) คิดว่าน่าสนใจในประเด็นเรื่องแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ มาจดไว้ก่อน

ฉบับแปลภาษาไทย โดยคุณ Theerapat Charoensuk

ในสุนทรพจน์ ไช่อิงเหวิน พูดถึงอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ (strategic industries) ที่ไต้หวันจะเน้นในระยะถัดไป (สมัยที่สองของเธอ) จำนวน 6 อุตสาหกรรม (Six Core Strategic Industries)

แนวคิดเรื่องการโฟกัสว่าจะพัฒนาอุตสาหกรรมไหนที่มีศักยภาพสูง ไม่ใช่เรื่องใหม่ และทำกันมานานแล้ว สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ “หลักคิด” เบื้องหลังว่าทำไมถึงเลือกอุตสาหกรรมนั้นๆ โดยอิงจากปัจจัยเรื่องความเข้มแข็งเดิม หรือโอกาสในอนาคต (หรือทั้งสองอย่าง) ไม่ใช่สักแต่ว่าเลือกของที่ชื่อเท่ๆ แต่ทำไม่ได้จริง

Six Core Strategic Industries

First, we will continue to develop our information and digital industries. We will take advantage of Taiwan’s strengths in the semiconductor and ICT industries to secure a central role in global supply chains, and make Taiwan a major base for the development of next generation technologies, including IoT and AI.

อันแรกสุดนี่ง่าย เพราะเรื่องไอทีของไต้หวันถือว่าระดับโลกอยู่แล้ว มีโรงงานยักษ์ใหญ่อย่าง TSMC, Foxconn/Hon Hai (แม้ประธาน Terry Gou จะอยู่คนละพรรคก็ตาม) รวมถึงแบรนด์อิเล็กทรอนิกส์อย่าง Acer, ASUS, HTC และอื่นๆ อีกมาก

Second, we are going to develop a cybersecurity industry that can integrate with 5G, digital transformation, and our national security. We will strive to create cybersecurity systems and an industrial chain that can protect our country and earn the world’s trust.

อุตสาหกรรมที่สอง เขาเลือก cybersecurity ถือว่าน่าสนใจ ปัจจัยสำคัญคงมาจากเรื่องความมั่นคงของชาติ ที่มีปัญหากับจีนมาโดยตลอด ยังไงก็ต้องบีบให้พัฒนาเทคโนโลยี cybersecurity อยู่แล้ว เอามาขายคนอื่นด้วยเลย

ตรงนี้เป็นคุณลักษณะเฉพาะของบางประเทศที่มีปัญหาเรื่องความมั่นคง (เช่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ อิสราเอล) ประเทศอื่นอาจเลียนแบบได้ยาก

Third, we are going to create biotech and medical technology industries integrated with the rest of the world. Throughout this pandemic, Taiwanese teams have proven that they are capable of working with world-class technologies to produce reagents and develop new drugs and vaccines. We are going to give these industries our utmost support, and transform Taiwan into a key force in the global battle against infectious diseases.

อุตสาหกรรมที่สามก็น่าสนใจ คือเป็นเรื่อง “เทคโนโลยีการแพทย์” (ไม่ใช่การแพทย์ทั่วไป) ซึ่งมาจากการผสมผสานระหว่าง จุดเด่นเรื่องอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของไต้หวันเอง และชัยชนะของไต้หวันเหนือโรคระบาด ที่ทำได้ดีเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย อีกทั้งยังมีศักยภาพในแง่ demand ด้วย เพราะทั่วโลกต้องการ

Fourth, we are going to develop national defense and strategic industries by integrating military and civilian capabilities. In addition to domestically-produced naval vessel and aircraft programs that are currently underway, we will push harder to promote technological integration between the military and the private sector, to stimulate private sector production capabilities, and advance into the aviation and space industries.

อันที่สี่ เรื่องความมั่นคง (อีกแล้ว) แต่คราวนี้เป็นเรื่องอาวุธโดยตรง เช่น เครื่องบิน เรือ การบิน อวกาศ

จุดที่น่าสนใจคือการใช้ demand จากภาครัฐ (กองทัพ) มาขับเคลื่อนการผลิตภาคเอกชน ให้สามารถผลิตสินค้าแล้วมีคนซื้อ เพื่อการส่งออกในระยะยาว (เบื้องต้นทำในประเทศก่อน รัฐเป็นคนซื้อ พอเข้าที่แล้วก็เริ่มส่งออก)

Fifth, we are going to accelerate the development of green energy and renewable energy industries. Over the past four years, renewable energy has experienced explosive growth, and Taiwan has become a hotspot for international investment. Building on this foundation, I am confident that we will achieve our goal of deriving 20% of our overall energy from green sources by 2025. We are going to make Taiwan a center for green energy in Asia.

อุตสาหกรรมที่ 5 เป็นเรื่องพลังงานสะอาด เป็นเรื่องของอนาคตที่ทุกคนมองเห็น ผนวกด้วยความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไต้หวันอีกเช่นกัน

Sixth, we are going to establish strategic stockpile industries that can ensure the steady provision of critical supplies. Facing changes to the global order, we need to keep key industrial chains in Taiwan and maintain a certain degree of self-sufficiency in the production of face masks, medical and daily supplies, energy, and food.

อุตสาหกรรมที่ 6 โยงกลับมาถึง COVID-19 ที่แสดงให้เห็นปัญหาซัพพลายเชนโลกหยุดชะงัก บางประเทศขาดแคลนสินค้าหลายๆ ตัว (โดยเฉพาะที่ผลิตในจีน) ซึ่งไต้หวันก็มองเห็นปัญหานี้ และประกาศจะสร้างซัพพลายเชนของสินค้าสำคัญๆ ให้อยู่ในไต้หวันด้วย

จากทั้ง 6 อุตสาหกรรมที่ไต้หวันประกาศไว้ เราจะเห็นความเชื่อมโยงของ 3 ปัจจัยหลักคือ

  1. ความแข็งแกร่งด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์เดิม ที่เป็นจุดเด่นของไต้หวันมาตลอด
  2. ภัยคุกคามด้านความมั่นคงจากจีน ที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ก็หยิบฉวยมาเป็นประโยชน์ในเชิงการค้าซะเลย ถ้าต้องซื้ออาวุธหรือระบบความปลอดภัยอยู่แล้ว ซื้อจากบริษัทในประเทศแล้วกัน
  3. ชัยชนะจาก COVID-19 เอาไปหากินได้อีกนาน ประเทศอื่นที่ต้องการมีอีกเยอะ

ทั้ง 3 เรื่องถือเป็นปัจจัยที่ unique มากๆ ของไต้หวันและหาคนมีเหมือนกันได้ยาก (ใกล้เคียงสุดน่าจะเป็นอิสราเอล) พอไช่อิงเหวินนำไปพัฒนาต่อเป็นยุทธศาสตร์ มันจึงมีศักยภาพที่เชื่อได้ว่าสามารถนำไปทำได้จริงๆ

อ่านแล้วก็น่าตั้งคำถามว่า ถ้าเมืองไทยจำเป็นต้องมี strategic industries บ้าง หน้าตามันจะออกมาเป็นอย่างไร?

ภาพหน้ากาก Made in Taiwan จาก Focus Taiwan

Comments