in Knowledge

Republic of France

ประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 นับจากการปฏิวัติปี 1789 เป็นต้นมา เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ปั่นป่วนอย่างยาวนาน เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองกลับไปกลับมาอยู่หลายครั้ง กว่าจะเริ่มสงบได้ก็อยู่ในช่วงยุค Third Republic แล้ว (เพิ่งรู้เหมือนกันว่า เหตุการณ์ช่วงนี้เรียกว่า Long 19th Century)

ในฐานะที่ไม่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสมาโดยตรง ก็ค่อนข้างสับสนอยู่เรื่อยๆ จึงเห็นว่าควรมาจดสรุปเก็บไว้ มีข้อสงสัยใดๆ จะได้กลับมาเปิดอ่านเองได้

ใน Wikipedia เองก็มีคนสรุปเอาไว้คือ France in the long nineteenth century จึงขอยึดตามต้นฉบับในลิงก์นี้เป็นหลัก

ปฏิวัติฝรั่งเศส (1789-1792)

  • 1789 – ปฏิวัติฝรั่งเศสครั้งแรก เหตุการณ์ที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีคือ ทลายคุกบาสติล์ (14 กรกฎาคม วันชาติฝรั่งเศส) แต่ในยุคนี้ยังเป็น constitutional monarchy อยู่

สาธารณรัฐที่ 1 First Republic (1792-1799)

  • 1792 – ถอดถอนกษัตริย์ พระเจ้าหลุยส์ที่ 16, ตั้งเป็นสาธารณรัฐ
  • 1793 – ประหารพระเจ้าหลุยส์ที่ 16
  • 1793-1794 ยุคสมัยแห่งความน่าสะพรึงกลัว (Reign of Terror) ฝ่ายจาโคแบง (Jacobin) เรืองอำนาจ นำโดย โรแบสปิแอร์ (Robespierre) ไล่ประหารฝ่ายตรงข้าม
  • 1795-1799 ตั้งสภา Directory แต่ไม่เสถียร สุดท้ายนำไปสู่การเรืองอำนาจของนายพลนโปเลียน โบนาปาร์ต ที่ปฏิวัติแล้วตั้งตัวเองเป็นกงสุล (Consul)

จักรวรรดิที่ 1 First Empire (1804-1814)

  • 1804 – นโปเลียนตั้งตัวเองเป็นจักรพรรดิ ก่อสงครามนโปเลียน (Napoleonic Wars) ไปทั่วยุโรป
  • ช่วงแรกๆ นโปเลียนเรืองอำนาจ ครองไปเกือบหมดยุโรปภาคพื้น แต่ไปแพ้สงครามบุกรัสเซียปี 1812, สละบัลลังก์ปี 1814 กลับมาอีกรอบแล้วไปแพ้สงคราม Waterloo ในปี 1815 จนหมดอำนาจถาวร

ฟื้นฟูราชวงศ์บูร์บง Bourbon Restoration (1814-1830)

  • ความล้มเหลวของทั้งสาธารณรัฐ และจักรวรรดิทหาร ทำให้ฝ่ายนิยมกษัตริย์กลับมาเรืองอำนาจใหม่
  • 1815 – พระเจ้าหลุยส์ที่ 18 (Louis XVIII) น้องชายของหลุยส์ที่ 16 กลับมาครองบัลลังก์  อำนาจกษัตริย์ลดลงจากเดิม แต่กลุ่มผู้นิยมนโปเลียนถูกขจัดออกไป
  • 1824 – หลุยส์ที่ 18 ตาย น้องชายคือ ชาร์ลส์ที่ 10 (Charles X) ครองบัลลังก์ต่อ แต่ก็มีความขัดแย้งทางการเมืองหลายเรื่อง

หลุยส์-ฟิลลิปส์ July Monarchy (1830-1848)

  • 1830 – ชาร์ลส์ที่ 10 โดนปฏิวัติ เรียกว่าการปฏิวัติฝรั่งเศสครั้งที่สอง (Second French Revolution หรือ July Revolution) มีภาพวาดที่มีชื่อเสียงคือ Liberty Lady ถือเป็นอันสิ้นสุดราชวงศ์บูร์บอง
  • กลุ่มนักการเมือง-คณะปฏิวัติเลือก เจ้าชายหลุยส์ฟิลิปส์ พระญาติจากราชวงศ์ออร์ลีนส์ (Orleans) ขึ้นมาเป็นกษัตริย์แทน นักประวัติศาสตร์จึงเรียกยุคนี้ว่า July Monarchy หรือกษัตริย์จากปฏิวัติเดือนกรกฎาคม

สาธารณรัฐที่ 2 Second Republic (1848-1851)

  • 1848 – หลุยส์ฟิลลิปส์ ครองบัลลังก์มา 18 ปีก็เสื่อมความนิยมลง กลุ่มผู้นิยมสาธารณรัฐเลยปฏิวัติในเดือนกุมภาพันธ์ (February Revolution) ถือเป็นจุดสิ้นสุดของกษัตริย์แบบดั้งเดิม ตั้งเป็นสาธารณรัฐที่สอง
  • ปลายปี 1848 มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นครั้งแรก โดยผู้ชนะคือ หลุยส์นโปเลียน (Louis-Napoléon Bonaparte) ซึ่งเป็นหลานลุงของนโปเลียน และสร้างชื่อมาจากการพยายามปฏิวัติพระเจ้าหลุยส์ฟิลลิปส์หลายรอบ (แต่ไม่สำเร็จ)
  • หลุยส์นโปเลียนใช้ชีวิตอยู่นอกฝรั่งเศสซะเป็นส่วนใหญ่ กลับมาฝรั่งเศสหลังวันปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ช่วงปลายปีเขาก็มาลงเลือกตั้ง และชนะด้วยคะแนนเสียงถึง 74.2% ได้เป็นประธานาธิบดีคนแรกของฝรั่งเศส

จักรวรรดิที่ 2 Second Empire (1852-1870)

  • 1852 – หลุยส์นโปเลียนที่ทะเลาะกับสภา แต่มั่นใจในความนิยมของตัวเอง จึงปฏิวัติในปี 1852 และตั้งตัวเองเป็นจักรพรรดิแบบเดียวกับลุง โดยใช้ชื่อว่า จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 (Napoleon III) เข้าสู่ยุคจักรวรรดิที่ 2
  • หลุยส์นโปเลียนครองอำนาจมานานถึง 18 ปี จนมาก่อสงครามกับปรัสเซีย (เยอรมัน) ที่เริ่มเรืองอำนาจขึ้นมาในยุคของ Bismarck จบด้วยฝรั่งเศสแพ้ หลุยส์นโปเลียนถูกจับ กองทัพเยอรมันบุกยึดปารีส
  • หลุยส์นโปเลียนต้องหนีไปอยู่อังกฤษ ฝรั่งเศสกลายเป็นสาธารณรัฐอีกรอบ เป็นอันสิ้นสุดระบอบกษัตริย์อย่างถาวร

สาธารณรัฐที่ 3 Third Republic (1870-1940)

  • 1870 – ฝรั่งเศสที่แพ้สงครามจากเยอรมัน ตัดสินใจไม่เลือกกษัตริย์มาสืบบัลลังก์ต่อ เพราะตัวแทนในสภามีหลายฝ่าย (ฝ่ายบูร์บง ออร์ลีนส์ โบนาปาร์ต) และตัวเลือกที่อยู่ตรงกลางคือ เคาท์แห่งชองบอร์ด ก็ดันมีปัญหาเรื่องธงชาติ ที่อยากเลิกใช้ธงสามสี กลับไปใช้ธงขาวแบบกษัตริย์เดิม แต่ประชาชนก็ไม่ยอมเปลี่ยน
  • ประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐที่ 3 คือ Adolphe Thiers
  • ฝรั่งเศสในยุคสาธารณรัฐที่ 3 เปลี่ยนขั้วอำนาจไปมา ตอนแรกฝ่ายนิยมกษัตริย์ครองอำนาจ แต่ภายหลังฝ่ายนิยมสาธารณรัฐก็ครองอำนาจได้ในระยะยาว มีการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง
  • สาธารณรัฐที่ 3 จบสิ้นลงจากสงครามโลกครั้งที่สอง ที่กองทัพนาซีเยอรมันบุกยึดฝรั่งเศส

ภาพรวมของฝรั่งเศสในช่วงศตวรรษที่ 19 อันยาวนาน คือ การชิงอำนาจกันของ 4 ฝ่ายหลักๆ ได้แก่

  • ฝ่ายราชวงศ์บูร์บองเดิม
  • ฝ่ายราชวงศ์ออลีนส์
  • ฝ่ายโบนาปาร์ต
  • ฝ่ายสาธารณรัฐ ซึ่งเป็นผู้ชนะในบั้นปลาย
Comments