Goat ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องใหม่ของ Sony Pictures Animation สตูดิโอแอนิเมชันสุดร้อนแรงแห่งยุคสมัย ที่ช่วงหลังมีแต่ผลงานเด่นๆ อย่าง Spider-Man: Spider-Verse และ KPop Demon Hunters
ชื่อเรื่อง Goat เป็นการล้อกับคำว่า Greatest of All Time (G.O.A.T.) ศัพท์ของวงการกีฬาที่หมายถึงนักกีฬาที่เก่งที่สุดของยุคนั้นๆ ที่ดันพ้องเสียงกับคำว่า Goat (แพะ) พอดี ผู้สร้างจึงนำมุขนี้มาใช้เป็น “แพะเล่นบาส” ที่อยากเป็น G.O.A.T. ไปพร้อมกัน
พอเป็นหนังเกี่ยวกับบาสเก็ตบอล เลยได้นักบาสดังๆ มาช่วยกันพากย์เป็นตัวละครในเรื่อง ที่เป็นตัวหลักเลยคือ Stephen Curry เจ้าพ่อแห่งการยิงสามแต้ม (และเป็นแรงบันดาลใจของ Will แพะตัวพระเอกในเรื่อง) มาพากย์เป็นยีราฟชื่อ Lenny เพื่อนร่วมทีม แต่นอกจากนี้ยังมี Kevin Love, Dwyane Wade, Andre Iguodala มาร่วมแจมเป็นตัวละครรองๆ ลงไปด้วย

เซ็ตติ้งในเรื่องคือ โลกของสัตว์มีการแข่งกีฬาชื่อ Roarball หรือบาสเก็ตบอลแบบมีอุปสรรคเพิ่มเติม เช่น สนามเป็นน้ำแข็ง หนาม กำแพงหิน หรือ ลาวา และอนุญาตให้ต่อสู้กันระหว่างเกมได้ ทำให้กีฬา Roarball มีแต่สัตว์ขนาดใหญ่เท่านั้นมาเล่นกัน
พล็อตเรื่องคือ แพะชื่อ Will เป็นแฟนกีฬาทีม Vineland Thorns (ธีมเป็นเถาวัลย์หนาม ในเมืองแห่งป่า) มาตั้งแต่เด็ก แต่ก็โดนดูถูกมาตลอดว่าเขาตัวเล็กเกินไปที่จะเล่น Roarball (พล็อตนี้มาจากชีวิตจริงของ Curry)

ฝั่งทีม Thorns มีนักกีฬาเด่นเป็นเสือดำชื่อ Jett Fillmore ที่ได้เป็น MVP ของลีกมาตลอดตั้งแต่ Will ยังเด็ก แต่กลับไม่เคยได้แชมป์ (ในหนังเรียกถ้วย The Claw) สักที เพราะแบกทีมอยู่คนเดียว ทำให้ Thorns ไม่มีทีมเวิร์คแต่อย่างใด และกลายเป็นปมสำคัญในใจ Jett ตลอดมา ที่อาจต้องเกษียณโดยไม่เคยได้แชมป์
ตัวร้ายของเรื่องเป็นม้ายักษ์จอมกร่างชื่อ Mane Attraction อยู่ในทีมคู่แข่ง Lava Coast Magma ที่ตอนแรกมาเอาชนะ Thorns ได้ถึงบ้าน แถมยังมาโชว์เก๋าที่สนามซ้อมของ Thorns ที่เรียกว่า Cage (บาสกรง) อีกด้วย ทำให้ Will ทนไม่ไหวและท้าแข่งกับ Mane ถึงแม้ว่าสุดท้ายก็แพ้ แต่ลีลาการยิงสามแต้มของ Will บวกกับพลังของการถ่ายคลิปยุคโซเชียลมีเดีย ทำให้ Will โด่งดังในชั่วข้ามคืน และถูกเซ็นสัญญามาเป็นผู้เล่นคนใหม่ของ Thorns
เรื่องราวที่เหลือเป็นพล็อตมาตรฐาน นักกีฬาหน้าใหม่ต้องพิสูจน์ตัวเองกับคนเดิมๆ ในทีม ที่แตกร้าวไม่สามัคคีกัน ก่อนที่จะเปิด จนสุดท้ายร่วมแรงร่วมใจกันคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ เหมือนการ์ตูนหรือหนังแนวกีฬาทั่วไป

สิ่งแรกที่ต้องชมเลยคือ งานภาพ ที่ไม่ใด้ใช้สไตล์ภาพสวยคมชัดแบบ Pixar แต่สร้างความต่างโดยใช้ภาพสไตล์สีน้ำ/สีน้ำมัน ที่มีความเบลอๆ หรือแบนๆ แบบตั้งใจ เราเห็นสไตล์ภาพลักษณะนี้มาก่อนแล้วจาก Spider-Verse แต่ในเรื่อง Goat ฉีกแนวออกไปอีกเล็กน้อย
เซ็ตติ้งของโลกในหนังทำออกมาได้น่าสนใจดี ถึงขั้นมี หน้าเว็บของลีกกีฬา Roar ขึ้นมาจริงๆ (ลอกเลียนแบบหน้าเว็บ NBA) แต่เสียดายว่าในเรื่องมีเวลาเอ่ยถึงน้อยมาก หรือถ้ามีเอ่ยถึงก็เล่าแบบเร็วมาก เรียกว่าจำชื่อทีมแทบไม่ได้เลยนอกจาก Thorns ทั้งที่มีทีมน่าสนใจหลายทีม ตามธีมที่ต่างกัน เช่น น้ำแข็ง แผ่นดินไหว
สิ่งที่น่าเสียดายคือ ตัวละครออกแบบไม่ค่อยน่าจดจำนัก ถ้าตัดตัวละครหลัก 2 รายคือ Will และ Jett ออกไปแล้ว ตัวละครรองๆ จากนั้นเรียกว่าไม่น่าสนใจเลย โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนร่วมทีม Thorns ที่เหลือทั้งหมด มีบุคลิกพื้นๆ เรื่องราวเบื้องหลังไม่น่าสนใจมาก ทำให้เราไม่อินและเอาใจช่วยตัวละครเหล่านี้ได้มากเท่าที่ควร (เสียดายเอา Curry ไปพากย์ตัวยีราฟที่จืดจางมาก ทั้งที่ Curry ควรจะมาเป็นตัวละครที่ทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง/อาจารย์” ของตัวเอกมากกว่า)
หากเทียบกับแอนิเมชันที่ใช้ตัวละครเป็นสัตว์เรื่องอื่น เช่น Zootopia หรือ Madagascar ที่ทำได้ดีกว่ามาก เราเห็นว่าตัวละครของเรื่องเหล่านี้ยังถูกพูดถึงต่อแม้หนังจบไปแล้ว ซึ่งมันจะไม่เกิดขึ้นกับ Goat
พล็อตเรื่องก็พื้นฐานมากไปหน่อย ไม่มีจุดพลิกผันหรือหักมุมในเรื่องให้คนดูประทับใจ หนังยังเล่าเรื่องค่อนข้างเร็วมาก (ผมต้องกด pause เพื่อย้อนดูบางจุดอยู่หลายครั้ง) และพลาดพล็อตจุดสำคัญที่ควรกล่าวถึงคือ Will ฝึกตัวเองให้เก่งได้อย่างไร และสามารถใช้ความสามารถพิเศษของตัวเอง (ตัวเล็กเลยต้องวิเคราะห์เกมให้เก่ง + ยิงไกลให้แม่น) เพื่อเอาตัวรอดได้อย่างไร นี่หนังเล่นข้ามไปเลย Will ลงเล่นปั๊บคือเก่งมาเลย
สุดท้ายคือหนังมีโฆษณาแทรกมาเยอะ เท่าที่หาเจอ
Sony – เล่นเกมด้วยจอย PS5, ทีวียี่ห้อ Sony, เสื้อยืดเพื่อนเป็นลายปุ่มจอย PS, มือถือในเรื่องน่าจะเป็น Xperia (อันนี้ไม่แปลกใจเพราะมันหนัง Sony Pictures)

Under Armour – ชุดกีฬาทั้งหมดในเรื่องเป็นยี่ห้อ Under Armour (ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะ Curry ผูกกับ Under Armour อยู่แล้ว รองเท้าในเรื่องก็ออกพร้อม รองเท้ารุ่นสุดท้ายของ Curry ในโลกจริง)

NBA 2K – วิดีโอเกมในเรื่องเปลี่ยนชื่อเป็น Roar 2K แต่ใช้โลโก้ 2K เดียวกัน

Mercedes-Benz – รถทั้งหมดในเรื่องเป็น Mercedes-Benz เพราะเขามีดีลกันจริงจัง แต่อันนี้เตะตาเกินไปจนรู้สึกสะดุด แถมออกมาเยอะด้วย

DoorDash – แอพส่งอาหารในเรื่องเป็น DoorDash และมีโลโก้สปอนเซอร์ขึ้นในสนามแข่ง

มุขบางอย่างในเรื่องก็รู้สึกว่าเฉพาะกลุ่มไปนิด เช่น การใช้ไพ่ Uno reverse หรือ มุขร้อง bah แบบแพะ
โดยรวมรู้สึกน่าเสียดายที่หนังทรงมาดีแล้ว แต่ออกแบบตัวละคร วางพล็อต และจังหวะการเล่ายังไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น ถ้าปรับดีๆ น่าจะไปได้ไกลกว่านี้มาก ซึ่งก็สะท้อนออกมาที่รายได้หนังจบที่ 195 ล้านดอลลาร์
ส่วนตัวให้คะแนน 6/10 ค่อนข้างสอดคล้องกับคะแนนเฉลี่ยนักวิจารณ์ที่ 6.7/10