in Movies

Soul

บล็อกนี้สปอยล์เนื้อหาของเรื่อง

ไม่ได้ดูหนังของ Pixar มากนักในช่วงหลัง (เรื่องสุดท้ายที่ดูคือ The Incredibles 2 แต่ไม่ได้ดู Coco และ Toy Story 4)

สัปดาห์ที่ผ่านมา เผอิญมีช่วงว่าง และเห็นว่าใน Google Play เอาเรื่อง Soul มาให้เช่าดูในราคาถูกเพียง 130 บาท (ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามาตรฐานการตั้งราคาอยู่ตรงไหนเหมือนกัน หนังใหม่ถูก หนังเก่าแพง) เลยจัดมาดูสักหน่อย

พล็อตหลักของ Soul คือครูสอนดนตรี Joe Gardner ที่มีความฝันว่าจะเป็นนักดนตรีอาชีพ บังเอิญโชคดีได้งานตามที่ฝันไว้เพราะคนขาด แต่กลับมา “ตกท่อตาย” กลางถนนในนิวยอร์ก และเข้าไปสู่โลกวิญญาณหลังความตายโดยที่ความฝันยังไม่บรรลุ เขาจึงพยายามดิ้นรนกลับมาสู่โลกมนุษย์อีกครั้ง

ที่โลกวิญญาณ Joe ได้พบกับวิญญาณที่ยังไม่ยอมไปเกิดสักทีชื่อ 22 (เรียกตามลำดับวิญญาณเพราะยังไม่มีชื่อ) และก็บังเอิญได้กลับมายังโลกพร้อมกัน แต่เกิดการสลับร่าง โดย 22 เข้ามาอยู่ในร่างของ Joe ในขณะที่วิญญาณของ Joe ไปอยู่ในร่างแมว

ตรงนี้หนังเริ่มเข้ากระบวน trope หนังสลับร่างตามมาตรฐานทั่วไป (ตอนนั้นอารมณ์ว่า Pixar จะเอาอย่างนี้จริงๆ เหรอ) แต่พอเป็นระดับ Pixar มันเลยไม่ออกทะเลมากนัก บทที่เหลือก็ตามคาดคือ Joe ได้เห็นมุมมองที่คนอื่นๆ มีต่อตัวเอง ในสายตาที่ต่างออกไป (สายตาแมว) ส่วน 22 ก็มีโอกาสได้ลองใช้ชีวิตจริงๆ ดูสักที ตอนท้ายมีปมให้ทุกอย่างเคลียร์ประเด็นได้สวยงาม

ภาพรวมคิดว่า Soul เป็นหนังที่สเกลเรื่องค่อนข้างเล็ก มีตัวละครหลักเพียงไม่กี่ตัว และมีฉากหลักๆ อยู่เพียง 2 ฉากคือ ถิ่นของ Joe ในนิวยอร์ก และโลกวิญญาณเท่านั้น ซึ่งต้องชม Pixar ว่าเก็บรายละเอียดของนิวยอร์กได้ดี และออกแบบโลกวิญญาณมาได้น่าสนใจดี

การเลือกคนดำมาเป็นตัวเอกก็ถือว่าน่าสนใจและกล้าหาญเมื่อพิจารณาจากบริบทของยุคสมัย และยิ่งน่าสนใจเมื่อ Pixar เลือกคนดำมาเป็นผู้กำกับร่วม และมาเป็นที่ปรึกษาในโครงการอีกมาก อ่านได้จากบทสัมภาษณ์ของ Kemp Powers ผู้กำกับร่วม ที่เล่าถึงการออกแบบซีนร้านตัดผม ที่ถือเป็นหนึ่งในซีนสำคัญของเรื่อง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาของ Soul ในฐานะหนังการ์ตูนของ Pixar คือ เรื่องมันค่อนข้างซับซ้อนเกินความเป็นการ์ตูนเด็กไปมาก เพราะพูดเรื่อง the purpose of life ที่มีความเป็นนามธรรมสูง และบทสนทนาก็มีการอ้างอิงความรู้ขั้นสูง (เช่น นักปราชญ์ในอดีต หรือ แซะประเด็นสังคมบางอย่าง) ทำให้การทำความเข้าใจเรื่องอย่างถ่องแท้มันยากเกินไปหน่อย เมื่อเทียบกับหนัง Pixar เรื่องอื่นๆ

ตอนดูจบรู้สึกว่าคำนิยามของ Soul คือ Inside Out เวอร์ชันผู้ใหญ่ พอไปเช็คดูแล้วก็พบว่าเป็นผู้กำกับคนเดียวกันจริงๆ คือ Pete Docter ซึ่งกำกับเรื่อง Up ด้วย

ในฐานะที่เส้นเรื่องหลักเป็นการเดินทางร่วมกันของสองตัวเอกคือ Joe และ 22 เพื่อคลายปมในใจของกันและกัน แต่ Soul กลับเล่าปูมหลังของตัวละครทั้งสองน้อยไปสักนิด เราไม่ค่อยเข้าใจนักว่าทำไม Joe ถึงไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต และไม่เข้าใจนักว่าทำไม 22 ถึงไม่อยากมาเกิด ทำให้ไม่ค่อยอินกับปมของตัวละครหลัก (และการเดินทางตามเส้นเรื่อง) เท่าที่ควร เหมือนเราเป็นผู้สังเกตชีวิตของ Joe ไปเรื่อยๆ มากกว่าเอาใจช่วย Joe ซึ่งจริงๆ ถ้าเพิ่มความยาวอีกสัก 5-10 นาทีมาปูเรื่องตรงนี้เพิ่ม หนังน่าจะกลมกล่อมกว่านี้

อีกประเด็นที่น่าเสียดายคือ Soul วางตัวไว้เป็นหนังเพลง ตัวเอกเป็นนักดนตรีแจ๊ส ในเรื่องมีฉากเล่นดนตรีหลายฉาก แต่เหมือนเรื่องไม่ค่อยเน้นเพลงสักเท่าไรนัก ดูจนจบแล้วก็จดจำเพลงในเรื่องไม่ได้เลย ซึ่งน่าเสียดายเมื่อมองว่าเป็นหนังของ Disney เจ้าพ่อหนังเพลงที่มีประสบการณ์อย่างโชกโชน

ภาพรวมของ Soul คือดีในคุณภาพระดับ Pixar (แม้ว่ามีความเป็นผู้ใหญ่สูง) แต่น่าเสียดายว่าถ้าปรับปรุงเพิ่มอีกสักหน่อย หนังจะดีกว่านี้อีกมาก