in Works

Empowering Your Business with Location Based Data

สัปดาห์ที่ผ่านมา (22 ตุลาคม 2019) ที่บริษัทมีจัดงานสัมมนา Empowering Your Business with Location Based Data โดยเน้นเรื่องการนำข้อมูล “เชิงพิกัด” มาใช้กับธุรกิจ ซึ่งน่าจะแตกต่างไปจากงานสัมมนาเรื่อง data พอสมควร

น้องๆ มอบหมายงานให้เป็น moderator ใน panel discussion สองหัวข้อ เลยมาจดบันทึกไว้หน่อย

หัวข้อแรกที่ได้ mod ชื่อว่า How data can help you win the campaigns? โดยมีแขกรับเชิญจากเอเยนซี่ชื่อดังของไทยคือ Adapter Digital มาร่วมวง 2 ท่าน

รายละเอียดอ่านได้จากบทความใน Brand Inside

Panel ที่สองชื่อว่า How data can sharpen your competitive advantage? มีแขกร่วมวงเสวนา 3 ท่านจาก SCB Abacus, LINE (Line Man) และ Wongnai

สำหรับคนที่สนใจอ่านเนื้อหาสรุปจากงานสัมมนา มีของเพจ Ad Addict ทำไว้ดีเหมือนกันครับ

Ad Addict - เทรนด์ใหม่ต้องรู้! สรุป 6 Location Based Data จาก ‘Wongnai for Business' ที่ธุรกิจต่างๆ สามารถร่วม Partner และนำข้อมูลไปพัฒนาธุรกิจได้! (อ่านเต็มๆ แบบเว็บไซต์ : http://bit.ly/2J7cl2T) . วันนี้ Ad Addict ได้มีโอกาสมาร่วมงาน ‘Empowering Your Business with Location Based Data’ ซึ่งจัดขึ้นโดย “Wongnai for Business” โดยมีหัวข้อหนึ่งซึ่งได้รับเกียรติจากคุณ ธนพล เนรัญชร Technical Director จาก Wongnai Media มาแบ่งปันเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Location Based Data ซึ่งถือว่าเป็นเทรนด์ใหม่แห่ง “ข้อมูล” ที่หลายๆ ธุรกิจควรรู้จักและนำไปปรับใช้ . ดังนั้น วันนี้แอดขอสรุป 6 ข้อมูล Location Based จาก Wongnai for Business ที่ธุรกิจสามารถร่วม Partner และนำข้อมูลเหล่านี้ไปพัฒนาธุรกิจได้ ลองมาดูกันว่ามีอะไรกันบ้าง! . (1) Near Me (ใกล้ฉัน) : จากการที่ผู้ใช้งานเปิดใช้ฟีเจอร์การค้นหาร้านต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียง ณ ช่วงเวลานั้นๆ ทำให้ได้ข้อมูลต่างๆ เช่น Heatmap ทำให้เห็นว่าบริเวณไหนที่คนนิยมค้นหาร้านบริเวณใกล้เคียง ซึ่งอาจจะเป็นโอกาสให้แบรนด์สามารถสร้าง Marketing Campaign ได้ . (2) Photos (รูปภาพ) : ด้วยความที่ Wongnai มีข้อมูลของภาพจากร้านต่างๆ มากมายกว่า 13 ล้านรูปจากรีวิวของผู้ใช้งาน ทำให้วงในสามารถวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ จากภาพเหล่านั้น ทั้งวัน เวลา สถานที่ ลักษณะของรูปภาพ เพื่อนำมาพัฒนาข้อมูลให้อัปเดตอยู่เสมอ . (3) Food Style (ประเภทของร้าน) : มีหลายร้านที่เราจำแนกประเภทของร้านนั้นได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากเมนูของร้านนั้นอาจจะมีความหลากหลาย ดังนั้น Wongnai จึงมีระบบในการจำแนกให้ตรงตามพฤติกรรมผู้บริโภคจริงๆ ซึ่งอาจจะเป็นการต่อยอดโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจได้เช่นกัน . (4) Density (ความหนาแน่น) : เมื่อ Wongnai มีข้อมูลร้านต่างๆ จำนวนมหาศาล แน่นอนว่าก็สามารถดูข้อมูลความหนาแน่นของร้าน ในแต่ละบริเวณได้อย่างชัดเจน ซึ่งสามารถ Filter แบ่งตามประเภทของร้านได้เช่นกัน . (5) Recommender (แนะนำ) : Wongnai มีการใช้ AI มาเรียนรู้ข้อความรีวิวต่างๆ เพื่อประมวลผลในการแนะนำร้านต่างๆ ที่ตอบโจทย์คนแต่ละคนอย่างเฉพาะเจาะจงซึ่งเรียกว่าฟีเจอร์ “For You” ซึ่งตอนนี้มีกว่า 3 ล้านผู้ใช้งานสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้แล้ว . (6) Search (ค้นหา) : Wongnai เป็น Search Engine ด้านอาหารที่นิยมสูงสุดในไทย ดังนั้น Wongnai จึงนำข้อมูลการค้นหาเหล่านี้มาพัฒนาให้สิ่งที่คนหาของแต่ละคนนั้นตรงความต้องการมากที่สุดอยู่เสมอ . และนี่คือ 6 Location Based Data จากวงใน ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลที่สำคัญและเป็นเทรนด์ใหม่ของธุรกิจที่สามารถคว้าโอกาสในการนำข้อมูลเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโอกาสทางธุรกิจได้! ใครอ่านแล้วสนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Wongnai for Business หรือ http://bit.ly/32CKDTm ได้จ้า . อ่านเนื้อหาแบบเต็มๆ ที่ได้: http://bit.ly/2J7cl2T #AdAddict #Advertorial #WongnaiForBusiness #LocationBasedData #Data #Location | Facebook
www.facebook.com www.facebook.com